คลังเก็บหมวดหมู่: SEO Strategy

E commerce

พึ่งบารมีเว็บใหญ่ ทางลัดของคนทำเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

รอบนี้จะมาจากเทคนิคแปลกใหม่พิศดารที่น่าสนใจและทำได้ผลดีในเวลานี้ หลายคนที่เคยทำตลาดขายสินค้าออนไลน์หรือที่เราเรียกกันว่า “อีคอมเมิร์ซ” หากโพสขายแล้วมันยังหาลูกค้าได้ไม่ดีการทำเอสอีโอก็จะเป็นอีกหนึ่งลู่ทางที่น่าสนใจ แต่ว่าการให้ทำในแต่ละรายชื่อสินค้าหรือในคีย์เวิร์ดย่อยมันมีปริมาณค่อนข้างเยอะ ถ้าจะให้มานั่งทำหมดอาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างลำบาก

ทางเลือกที่ดีกว่าก็คือการพึ่งบารมีจากเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีอำนาจในเรื่องของ SEO เป็นพื้นฐานได้อยู่แล้ว อาทิเช่น หากในประเทศของเราก็คงจะต้องยกให้ kaidee.com หรือพวก weloveShopping หรือลาซาด้า การที่เราเอาสินค้าของเราไปโพสต์ในเว็บไซต์เหล่านี้ได้มันอาจจะทำ Ranking ขึ้นมาโดยอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งทำ SEO เว็บไซต์ด้วยตัวเอง เนื่องมาจากเว็บไซต์เหล่านี้มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว การที่เราโพสต์ข้อมูลสินค้าหรือบริการต่างๆของเราในเว็บไซต์เหล่านี้ โอกาสที่ Google จะนำข้อมูลมาทำดัชนีย่อมมีสูงเหมือนกับกระทู้พันทิปที่เวลามีคนตั้งกระทู้ใหม่แล้วมีคนเข้าไปคอมเม้นต์เยอะๆ สุดท้ายก็จะมีอันดับแรงกิ้งดีขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ หรือต่อให้ไม่มีคนเข้าไปคอมเม้นต์ในบาง keywords ก็จะมีอันดับขึ้นมาเอง

ส่วนใครที่ทำการตลาดในต่างประเทศเว็บไซต์ที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือการ promote สินค้าลงในเว็บไซต์ ebay.com หรือ Amazon.com แค่สองเว็บไซต์นี้ก็พาเหล่านักขายตัวยงทำกำไรได้มหาศาลแล้ว โดยเงื่อนไขของแต่ละเว็บก็จะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นของ eBay ก็คือห้ามลงสินค้าซ้ำในคนเดียวกัน ห้ามก๊อปปี้ข้อมูลเนื้อหาของผู้อื่นมาโพสต์ ถ้าสินค้าซ้ำก็จะต้องเป็นคนละผู้ขายที่โพส หากใครละเมิดกฎก็จะโดนบล็อกบัญชีเจ็ดวัน สามสี่วัน หรือแบนบัญชีถาวรห้ามโพสต์ขายไปเลยในระยะยาวก็เป็นได้ ข้อมูลกฎเหล่านี้ก่อนที่เราจะทำการตลาดจำเป็นที่จะต้องศึกษาให้ดีเสียก่อนเมื่อเราได้พึ่งบารมีของเว็บเหล่านี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง แต่มันก็อาจจะคุ้มกว่าการที่เราจะต้องมานั่งทำเอสอีโอเองในหลายหลายคำค้นหาสำหรับผู้ที่มีสินค้าจำนวนมาก

แต่หากสินค้าเราเป็นเพียงอย่างเดียวก็สามารถที่จะทำ SEO เองได้ ลองชั่งใจดูว่าแบบไหนเราทำไปเราน่าจะคุ้มกว่า ถ้าเราเคยค้นหาสินค้าที่เป็นชื่อยี่ห้อ ชื่อรุ่น ชื่อแบรนด์เนม บ่อยครั้งที่เจอกระทู้ขายจากอเมซอนหรือ eBay ซึ่งกระทู้ขายเหล่านั้นไม่ใช่ทางอีเบย์และอเมซอนเป็นผู้ขายโดยตรง แต่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าไปโพสต์แล้วกระทู้สินค้าของเค้าดันติดอันดับเองโดยอัตโนมัติ นี่ก็จะเป็นเทคนิคง่ายๆ สำหรับนักขายอีคอมเมิร์ซที่อยากจะทำการตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Google อัพเดทอัลกอ

Google มีการอัพเดทอีกครั้ง เน้นให้สกอร์ออนเพจมากกว่าเดิม

คนที่คิดจะเป็นงานมืออาชีพด้านการทำอันดับบนเว็บให้บริการค้นหาอย่าง Google หรือ Bing หรือ Baidu ซึ่งในการทำที่แท้จริงนั้นเราจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา ล่าสุดทาง Google ได้ออกมาอัพเดทอัลกอริทึมแบบไม่ให้ตั้งตัวกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับเว็บใหญ่มากนักเนื่องจากว่าเว็บใหญ่ส่วนมากจะมีการปรับออนเพจได้ดีอยู่แล้ว ในการอัพเดทครั้งนี้ เว็บที่มีผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นเว็บที่เน้นการทำ OffPage มากกว่า คือ OnPage สร้างมาแบบโง่ๆ แล้วก็เน้นกระหน่ำยิงลิงค์เข้าไปพยามหาลิ้งทั้งคุณภาพก็ดี ทั้งลิงค์จำนวนมากก็ดี ทั้งลิงค์ที่สอดประสานกันก็ดี แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถดันแซงอันดับเว็บไซต์ที่ปรับออนเพจได้อย่างเหมาะสม เหมือนกับว่าเราเอาเงินไปทิ้งละลายแม่น้ำในส่วนของแบคลิ้งค์เล่นนั่นแหละ

การที่เราจะทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน เราจะต้องเน้นทั้งเรื่องของการทำออนเพจและออฟเพจผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เราต้องเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว OffPage นั้น Google ไม่ได้ต้องการให้เราเป็นคนทำเอง แต่ต้องการให้เว็บไซต์อื่นที่เห็นว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ มีบทความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน เป็นคนเชื่อมโยงลิงค์มาให้เอง แต่ปัจจุบันการทำ SEO นั้นส่วนมากจะนิยมทำกันเองไปเสียแล้วจนลืมเรื่องของพื้นฐาน ว่าแท้ที่จริงเว็บที่มีอันดับดีได้หรือไม่ควรจะเป็นในเรื่องของการเขียนคอนเทนท์ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน โครงสร้างเว็บไซต์ดูง่ายสบายตาไม่ปวดหัว รวมไปถึงความรวดเร็วในการโหลดเครื่องเซิร์ฟเวอร์มีความเสถียร เรื่องเหล่านี้หากเราทำเว็บไซต์พื้นฐานออกมาได้ดี อันดับของเว็บไซต์ก็จะดีไปด้วย นี่คือสิ่งที่สะท้อนเกี่ยวกับอัลกอริทึมตัวใหม่ว่ามันกำลังให้ผลลัพธ์ในส่วนไหนมากกว่ากัน ในเรื่องของอ๊อฟเพจค่อนข้างจะลดความสำคัญลงไปเยอะแล้ว

อย่าได้มองข้ามพื้นฐาน อย่ามัวไปหมกมุ่นแต่กับเทคนิค บางทีการทำอันดับอาจไม่ใช่เรื่องปวดหัวอย่างที่คิด

High DA by Moz

Backlinks 2.0 High DA ยังทำอันดับได้ดีไหม ?

ถึงแม้ว่านักทำ SEO ส่วนใหญ่จะเรียนรู้การทำอันดับใน Google Search Engine มาอย่างดิบดีจนพบว่า Backlinks ที่ดี คือ Backlinks ที่มาจากเว็บคุณภาพสูงและถ้ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเว็บของเราด้วยก็ยิ่งดีไปใหญ่ แต่ปัญหาคือจะมีสักกี่คนที่สามารถหาลิ้งคุณภาพสูงเหล่านี้ให้แก่เว็บไซต์ของเราได้ พูดตามตรงคือในเมืองไทย คนที่ขายบริการ Text Links ส่วนใหญ่มักจะเน้นเอากำไรมากกว่าคุณภาพ คือเล่นไปจดโดเมนกากๆมาลงโฮสห่วยราคาถูก แล้วเอามาเปิดขายลิ้งเยอะๆ จากที่มันจะกลายเป็นแหล่งลิ้งคุณภาพดี สุดท้ายกลายเป็นลิ้งขยะแทนไปซะได้ นอกจากเสียเงินแล้วเว็บยังอาจร่วงหนักกว่าเดิมหากไม่มีการคุมคุณภาพ จนพอหลายคนเริ่มเจอปัญหานี้ การจะสร้าง PBN เองก็ไม่ได้ใช้ทุนน้อยเลย ส่วนใหญ่ทุนราคาสูงทั้งนั้น ไหนจะต้องเช่าโฮส ประมูลโดเมน ค่าบทความ รวมไปลิ้งต้องรู้จักเสียเวลาหาลิ้งเข้าบ้างด้วย จนหลายคนพบทางออกว่าการทำ Backlinks จากแหล่งฟรีจำพวกเว็บ 2.0 High DA น่าจะดีกว่าต้องมาเสียเงินสร้าง PBN เอง

แหล่งทำลิ้งจากเว็บคุณภาพฟรี หาไม่ยาก

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการ SEO จะแบ่งเป็นสองสายในส่วนของเรื่อง Offpage คือพวกแรกจะเน้นทำลิ้งเข้า PBN และอีกจำพวกจะเน้นทำลิ้งเข้า 2.0 High DA สำหรับคนยังไม่รู้ว่า 2.0 High DA คืออะไร มันคือการทำลิงค์จากเว็บที่ได้รับความนิยมสูง โดยเราจะวัดจากค่า DA ที่ทาง Moz.com เป็นคนคำนวนออกมาเป็นหลัก อย่าง Facebook.com อันนี้ก็ DA อยู่ระดับ 90+ หรือจะ Twitter.com ก็ 90+ เช่นกัน แน่นอนว่าถึงแม้เว็บรายใหญ่เหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีเซ็ตค่าไว้ว่าลิ้งที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใช้ จะต้องเป็น Nofollow Links ทำให้ลิงค์ที่ทำไปบอทของ Google จะไม่สามารถไต่ข้ามไปได้นั่นเอง แต่เว็บที่มี DA สูงๆนั้นมันมีหลายเว็บหลายหมื่นเว็บที่เป็น Dofollow หาเท่าไหร่ก็ไม่หมดถ้าตั้งใจหา มันจึงได้รับความนิยมในกลุ่มนักทำ SEO สายเน้นปริมาณไม่เน้นใช้ทุนสูงนั่นเอง

High DA มีไว้ก็ดี แต่ไม่ต้องเยอะจนเข้าข่ายสแปม

คำถามคือ… ปัจจุบันมันยังใช้ดันอันดับได้ไหม ? คำตอบคือได้ แต่อาจไม่เห็นผลดีเหมือนเมื่อก่อน การทำ Backlinks จากพวกเว็บ 2.0 เพียงอย่างเดียว ไม่อาจดันคีย์เวิร์ดหลักที่มีการแข่งขันสูงให้เว็บของเราไปอยู่หน้าแรกได้แน่นอน อย่างพวกพนันออนไลน์ คาสิโน FIFA555 มันต้องผสมผสานทั้ง PBN และ 2.0 High DA ปะปนกันไป แต่คีย์รองเล็กๆที่คู่แข่งต่ำบางคีย์ก็อาจดันอันดับได้อยู่นะ ต้องเข้าใจว่าของมันฟรีนี่นะ คุมเรื่องจำนวนลิ้งออกไม่ได้ แก้ไฟล์ Robots.txt ให้ Index หน้าเว็บที่เราทำอันดับก็ไม่ได้ (บางเว็บเล่นตั้ง NoIndex ในหน้าทำลิ้งออกได้เลยล่ะ) มันจึงต้องถัวเฉลี่ยไป เคล็ดลับการทำ SEO สำหรับคนทุนน้อย แนะนำให้ทยอยกรอง Web 2.0 DA แจ่มๆ เว็บดูดีมีชาติตระกูลแล้วเข้าไปทำลิ้ง หาแบบนี้สะสมไปเรื่อยจนอันดับเริ่มมาแล้วค่อยลงทุนเพิ่ม แบบนี้น่าจะเป็นการใช้ทักษะ ความรู้ SEO ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ดีกว่าเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง คนอื่นเขาลงทุนเป็นแสนเราเลยเอาบ้าง สุดท้ายเขาทำได้เงินเพราะเขาเข้าใจ ส่วนเราขาดทุนเพราะไม่รู้ว่า 1 แสนที่ลงทุนไปมันช่วยอะไรเรื่อง SEO

domains-authority

ความสำคัญของอำนาจโดเมนในปัจจุบัน

ตราบที่เรายังคงยืมจมูก Google หายใจอยู่ เราก็จำเป็นต้องปรับตัวตามเพื่อความอยู่รอด ทาง Search Engine อย่าง Google เองได้มีการเปลี่ยนแปลงค่าคะแนนในการจัดอันดับอยู่ตลอดเวลา และในเวลานี้ สิ่งที่ทำให้เห็นภาพมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของอำนาจโดเมนของเรา สำหรับคนที่อ่านแล้วรู้สึกสงสัยว่ามันคืออะไร “อำนาจของโดเมน” คือการที่ Search Engine มองว่าเว็บไซต์ของเรามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน โดยจะดูจากพฤติกรรมผู้ใช้งาน หากเว็บไซต์ของเราทำออกมาดี มีการตอบสนองในเชิงบวกจากผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง เวลาคนค้นหาคีย์เวิร์ดรองๆหรือคีย์เวิร์ดหลักแล้วเจอเว็บไซต์ของเรา หากผู้ใช้ตัดสินใจเลือกที่จะคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของเราเป็นหลัก นั่นก็หมายความว่าเรามีอำนาจโดเมนที่ดี จะส่งผลให้อันดับของเว็บไซต์เราเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ศึกษาจากเว็บไซต์ขนาดใหญ่บ้านเรา

สังเกตุกรณีข้างต้นได้จากเว็บไซต์ใหญ่ๆ เช่น Pantip, Kaidee, Kapook, Sanook เป็นต้น เว็บไซต์เหล่านี้จะมีอันดับดีในหลายๆคีย์เวิร์ด ถึงแม้ว่าอันดับหน้าที่ติดอันดับบ่อยครั้งแทบจะไม่ได้ทำ SEO เลยด้วยซ้ำ สำหรับชื่อแบรนด์สินค้าถือว่าสำคัญไม่น้อย ถ้าหากเรากำลังขายสินค้าแบรนด์ Alienware แล้วทำเว็บมาติดหน้าแรก แต่ยังไม่ขึ้นถึงอันดับ 1 หากผู้ใช้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์นี้แล้วชอบเข้ามาคลิกที่เว็บของเราเป็นหลัก เมื่อเวลาผ่านไปเว็บของเราจะขยับขึ้นมาติดอันดับ 1 ได้เองโดยอัติโนมัติ นี่เป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้ความสามารถกันสักหน่อย ส่วนใหญ่เราจะทำเว็บที่มีคีย์เวิร์ดแข่งขันต่ำและสูงปนกัน เพื่อให้ผู้ใช้มีเปอร์เซ็นต์การคลิกเข้ามายังเว็บของเราแบบรวมๆ ดีกว่ามานั่งรอวันที่จะมีคนคลิกเว็บเราจากคีย์เวิร์ดหลักที่มีการแข่งขันสูงอย่างพวกบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะเสียเวลาปล่าว เพราะเป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะให้คนมาคลิกเว็บไซต์ โดยที่เว็บของเรายังไม่มีอันดับ

Yes SEO vs No SEO

การทำ SEO คือการไม่ทำ SEO

อ่านหัวเรื่องบทความนี้อาจจะเกิดอาการงุนงงนิดหน่อย “การทำ SEO คือการไม่ทำ SEO” สรุปแล้วคือทำหรือไม่ทำกันแน่.. ? มันเป็นประโยคใช้พูดเปรียบเทียบให้คิด ว่าหากเราต้องการจะให้อันดับเว็บไซต์ของเราโผล่ขึ้นมาอันดับต้นๆของผลการค้นหา แต่พยายามทำตามคู่มือสอน SEO มาก็เยอะ ใช้เทคนิคจากเซียนมาก็มาก แต่ทำไมเว็บไซต์ถึงกลับไม่มีอันดับดีเสียเลย หากเราเจอปัญหาแก้ไม่ตกแบบนี้ ลองปล่อยวางเรื่องของ SEO ที่เรียนมาทั้งหมด แล้วลองทำเว็บไซต์แบบที่หัวสมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่ต้องคิดเยอะเรื่อง SEO ให้ปวดหัว เว็บไซต์ของเราอาจจะอยู่ดีๆก็อันดับพุ่งมาติดหน้าแรกเลยก็เป็นได้

บางคนยิ่งอ่านยิ่งงง ขนาดทำ SEO ตามเทพๆที่สอนแล้วยังไม่ติดอันดับ ถ้าไม่ทำ SEO มันจะไม่ยิ่งเละไปกันใหญ่หรอ.. คือต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า หลักการ SEO นั้น หากเราทำตามขั้นตอนที่เรียนมาจากผู้รู้จริง และให้เวลามันอย่างเหมาะสม ทั้งคีย์เล็กๆเฉพาะทาง หรือคีย์ใหญ่อย่างแทงบอลออนไลน์ก็ต้องใช้ความสามารถในการทำอันดับ โดยส่วนใหญ่ก็จะมีอันดับเว็บที่ดีขึ้นแน่นอน แต่ปัญหาคือนิสัยของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนจะไปยึดติดมากเกินในบางเรื่องที่เรายังอาจจะถามข้อมูลมาไม่หมด แบบว่าครูที่สอนมาเขาบอกว่าสร้างเน็ตเวิร์คส่วนตัวช่วยดันอันดับเว็บไซต์จะได้ผลดี ไอเราก็ฟังมาแค่นั้นแล้วมารีบหาทุ่มเงินซื้อโดเมนมาสร้างเน็ตเวิร์ค ทำรัวๆติดๆกันในปริมาณมหาศาล แต่ในที่สุดเว็บไซต์ทำเงินของเราก็ไม่มีอันดับสักที ดีไม่ดีบางเว็บมีอันดับอยู่แล้ว ใส่ลิงค์เน็ตเวิร์คเข้าไปทีถึงกลับอันดับร่วงหนักกว่าเดิมอีก ความต่างระหว่างการทำของเรากับครูผู้สอนคือระยะเวลา เพราะการทำลิงค์จากเน็ตเวิร์คส่วนตัวต้องใจเย็นและค่อยๆทำ เพื่อให้มันโตไปตามธรรมชาติ ยังมีอีกหลายรูปแบบการทำที่ครูผู้สอนทำได้ผล แต่เราทำไม่ได้ผล เพราะความละเอียดในการทำค่อนข้างต่างกันในแต่ละคน

ถ้ารู้สึกว่า SEO ทำยาก ก็ไม่ต้องคิดทำ SEO ก็สิ้นเรื่อง

หากว่าเราเป็นคนฟุ้งซ่านง่าย แถมทำเท่าไหร่อันดับก็ไม่มา ลองปล่อยวางทุกอย่างแล้วโฟกัสที่สิ่งๆเดียว นั่นคือ “การทำเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน” ประโยชน์ในที่นี้หมายถึงว่า หากเราทำเว็บฟุตบอลออนไลน์ ก็ควรลงรายละเอียดที่ตัวเว็บให้ดี ข้อมูลข่าวสารฟุตบอลต้องครบ ผลบอลต้องมีให้ผู้เข้าชมดูได้ง่าย รองรับการเข้าผ่านมือถือ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานในกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องคีย์เวิร์ดหรือไตเติ้ลเว็บจนมันดูไม่ค่อยเหมาะสม ให้เราลืมเรื่องการทำ SEO ทั้งหมดซะ อันดับเว็บอาจจะเด้งมาอันดับ 1-3 ในหน้าแรกของผลการค้นหาก็ได้ อย่าลืมว่าการทำ SEO นั้นไม่ได้มีแค่ 1 หรือ 2 ปัจจัยที่จะนำมาคำนวนอันดับ แต่มีเป็นร้อยปัจจัยที่เราเองก็ไม่สามารถรู้ได้เพราะเป็นความลับในธุรกิจของผู้ให้บริการ Search Engine

เพียงแต่ว่า หากเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง อย่าพวกหนังโป๊ดูฟรี ก็แทบไม่ต้องทำ SEO เลย ผู้ใช้งานนี้เองที่จะเป็นตัวสะท้อนคะแนนในเชิง SEO ให้กับเว็บของเราในด้านบวก เขามักจะมีการแชร์บอกต่อ หรือยืมเนื้อหาบางส่วนของเว็บเราไปโพสและให้เครดิตกลับมายังเว็บเรา มันจะโตของมันเองโดยที่เราไม่ต้องมานั่งสนใจเรื่องของ SEO ให้ปวดหัวเลย อย่าลืมว่า Search Engine ย่อมอยากให้เว็บที่มีคุณภาพอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา เพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการค้นหาได้เป็นอย่างดี ธุรกิจเว็บค้นหาจึงจะไปต่อได้ เมื่อผู้ให้บริการเว็บค้นหาต้องการเว็บคุณภาพมาแสดงผล เราก็แค่สร้างเว็บคุณภาพขึ้นมาและให้เวลากับมัน ก็แค่นี้เอง ไม่ต้องไปคิดรายละเอียดย่อยเรื่องการวางตำแหน่งบทความ มี H1 H2 H3 กี่อัน ปวดหัวปล่าวๆ

อ่านแล้วลองนำไปทำตามดู รับรองว่าเว็บไซต์ของเราจะมีอันดับดีขึ้นทั้งในคีย์เวิร์ดหลักที่ต้องการให้ติดหน้าแรก รวมไปถึงคีย์เวิร์ดรองด้วย เพราะผู้ใช้งานจะเป็นตัวสะท้อนคุณภาพของเว็บเราเอง แต่ถ้าใครทำ SEO ตามเทคนิคที่หลายๆเว็บสอนแล้วมีอันดับดีอยู่แล้วก็ทำต่อไปนะครับ ไม่ต้องย้ายสายมาเริ่มวางแผนนับ 1 ใหม่ บทความนี้สำหรับคนที่ชอบคิดเยอะเกินไป ทำเท่าไหร่เว็บก็ไม่มีอันดับ ต้องเปลี่ยนความคิดให้สมองโล่งๆและทำแบบสบายๆอาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

ขั้นตอนทำ SEO

4 ขั้นตอนรวบรัดการทำ SEO ที่ถูกต้อง

เมื่อเราอยากจะลองทำ SEO ดูสักครั้ง อย่างแรกเราจำเป็นต้องวางแผนและจัดอันดับว่าจะทำอะไรก่อนหลังให้ดี ไม่งั้นพอเริ่มทำไปได้สักครึ่งทางแล้วจะปวดหัวแน่ ต้องมาแก้กันยาว ในงานทุกอย่าง หากเรารู้จักคิดแผนในหัวคร่าวๆ แล้วลงมือวาดมันออกมา ย่อมทำให้งานชิ้นนั้นเสร็จได้ไว้ยิ่งขึ้น เนื้องานที่ออกมาก็ดีเช่นเดียวกัน เรามาดูขั้นตอนการทำ SEO ที่ถูกต้องกันหน่อยดีกว่า

1.ค้นหาคีย์เวิร์ด

จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย เพราะคีย์เวิร์ดถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุด เราต้องเลือกคีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา เช่น กิจการเราทำเกี่ยวกับร้านอาหาร และมีเพียงสาขาที่ภูเก็ตแห่งเดียว การเลือกคีย์เวิร์ดว่า “ร้านอาหารภูเก็ต” ย่อมเป็นคำที่เหมาะสมกว่าใช้คำว่าร้านอาหารเฉยๆ เพราะมันกว้างเกินไป ยิ่งคีย์เวิร์ดกว้างเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจอคู่แข่งเยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว และถ้าธุรกิจเราไม่สามารถทำเงินได้ดีพอในคีย์เวิร์ดกว้างๆ จะมัวไปเสียเวลาแข่งทำไม นอกจากนี้ หากใส่เพิ่มเป็น “แนะนำร้านอาหารภูเก็ต” ก็อาจจะยิ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายเรามากขึ้นและคู่แข่งจะลดลงอีก คนที่จะเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตอาจมีการใช้คำนี้ในการค้นหาด้วย ซึ่งข้อนี้เราก็ต้องไปดูสถิติจริงในเครื่องมือ Keyword Planner ของ Google ว่ามีคนค้นหาเยอะหรือน้อยแค่ไหน ส่วนคีย์เวิร์ดทำเงินในกลุ่มพนันก็จะมีคำว่า W88 ที่นิยมกัน

2.วิเคราะห์คู่แข่งจากหน้า Search Engine Results Page

เมื่อได้คีย์เวิร์ดมาแล้ว สิ่งต่อมาก็ต้องเอาคีย์มาค้นหาดูก่อน แล้ววิเคราะห์ปริมาณของคู่แข่งว่าเยอะหรือน้อยแค่ไหน หากเจอเว็บใหญ่มาอยู่ติดหน้าแรกเยอะๆ ก็ถือว่ามีการแข่งขันยากพอสมควร แต่อย่าพึ่งถอดใจไป เพราะคีย์เวิร์ดส่วนใหญ่ พวกเว็บใหญ่ก็จะมีอันดับกันอยู่แล้วหลายคีย์ ถึงแม้เราจะเป็นเว็บไซต์เล็กๆหรือพึ่งเปิดเว็บใหม่ก็ตาม ก็สามารถพุ่งทยานติดอันดับ 1 ในผลการค้นหาได้

ณ เวลาที่เขียนข้อมูลนี้ จากการสังเกตุจะพบว่าเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมในหมู่มาก เวลาเว็บเหล่านี้เขียนเนื้อหาใหม่ Google มักจะนำมาจัดอันดับให้ไวกว่าและอันดับดีกว่าเนื้อหาใหม่ของเว็บรายย่อย แต่เว็บรายย่อยก็สามารถแซงได้ไม่ยากนัก หากในหน้าของเว็บใหญ่ที่ติดอันดับนั้นไม่ได้มีการส่งเสริมด้าน Off Page SEO สักเท่าไหร่ การจะวิเคราะห์ว่ามีความแข็งแกร่งในเรื่องของ Off Page มากน้อยแค่ไหนก็ต้องเอาไปวัดดูจากเว็บเช็ค Backlink หรือเว็บอื่นๆที่มีบริการ Spy คู่แข่ง ข้อมูลตรงนี้จะไม่ขอเขียนในบทความนี้ เพราะเรื่องของการวิเคราะห์เว็บคู่แข่งอย่างเจาะลึกมันจะยาวเกินไป สามารถเขียนเป็นหนังสือเล่มโตได้เลย เอาเป็นรู้คร่าวๆก่อนแล้วที่เหลือหากมีโอกาสจะนำมาแบ่งปันเพิ่มเติมให้ในภายหลังสำหรับส่วนนี้นะครับ

3.Search Engine Optimisation On Page

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะทำคีย์เวิร์ดไหน “เอาวะ ลองสักตั้ง” สิ่งต่อมาก็คือการปรับเว็บไซต์ให้เกี่ยวเนื่องกับคีย์เวิร์ดเราให้มากที่สุด โดยอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม ที่เขียนแบบนี้เพราะหากบอกแค่ว่าเกี่ยวข้องกันให้มากระหว่างเนื้อหากับคีย์เวิร์ด เคยเห็นบางคนเล่นสแปมคำค้นหารัวๆในเว็บ เช่นจะทำคำว่า “ร้านอาหารภูเก็ต” ก็เล่นใส่คำนี้ลงหน้าเว็บหว่านเป็นร้อยคำซ้ำๆ แบบนี้บางทีหากบอท Search Engine มาเก็บ มันอาจจะเอาไปทำอันดับดีให้เหมือนกัน เคยเห็นและทดลองทำไปอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดเว็บที่ใช้วิธีนี้จะโดนแบนกันถ้วนหน้า เมื่อเว็บ Search Engine มีการอัพเดทอัลกอริทึ่มใหม่ เว็บที่เข้าข่ายสแปมก็จะไม่ค่อยรอดกัน เพราะเป็นเนื้อหาที่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เว็บเหล่านี้อันดับดี

ถ้าไม่อยากมาปั้นเว็บทำใหม่อยู่เรื่อยๆก็ควรจะทำอย่างใจเย็น เขียนเรื่องราวที่ดีต่อผู้ใช้งาน และเกี่ยวข้องกับคำค้นหาที่เราเลือกมาทำ SEO พร้อมทั้งดูแลเว็บอย่างสม่ำเสมอ ให้ปลอดภัยจากพวก Hacker และปรับโครงสร้างเว็บให้ผู้ใช้งานดูผ่านอุปกรณ์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เมื่อเว็บเรามีเนื้อหาที่ดี หน้าเว็บโหลดไวขึ้น รองรับการเข้าใช้งานจากหลายอุปกรณ์ นั่นเป็นสัญญาณว่าเว็บเรามีโอกาสขึ้นหน้าแรกของการค้นหาในคีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว

4.Search Engine Optimisation Off Page

ถ้าเรียกแบบภาษาคนทั่วไปเข้าใจง่าย คือการโปรโมทเว็บเราให้ดัง จะโปรโมทช่องทางไหนก็ได้ที่สามารถทำให้เว็บเราเป็นที่รู้จักมากที่สุด ช่องทางยอดนิยมในยุคนี้คงจะเป็นแหล่ง Social Network อย่าง Facebook, Twitter, Instagram เป็นต้น ยิ่งเข้าถึงผู้ใช้งานมากเท่าไหร่ โอกาสที่เว็บเราจะถูกแชร์ต่อๆไปก็มีมากขึ้นหากเว็บของเราสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ช่องทางที่จะทำการโปรโมทได้อีกก็คือการค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บของเรา แล้วเข้าไปโปรโมทผ่านเว็บเหล่านี้ มันเป็นเรื่องที่ดีหากเว็บไซต์ของเราเนื้อหาเกี่ยวข้องกับร้านอาหาร และได้รับลิงค์จากเว็บท่องเที่ยวหรือเว็บรีวิวร้านอาหาร เพราะมันจัดอยู่ในหมวดเดียวกัน คะแนนที่ทาง Search Engine ให้ต้องมากกว่าการได้รับลิงค์ย้อนกลับจากเว็บทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และข้อควรระวังคือพยายามอย่าไปสร้างลิงค์ในเว็บที่ดูไม่น่าเชื่อถือ เว็บที่โดนคนยำจนเละเทะ ในศัพท์ทาง SEO จะเรียกเว็บเหล่านี้ว่า Spam หากมีลิงค์จากเว็บขยะเหล่านี้กลับมามากๆ มันก็จะทำให้ Search Engine เข้าใจว่าเว็บเราก็เป็น 1 ในขยะเหล่านั้นเช่นเดียวกัน เลี่ยงไว้เป็นการดีที่สุด

หากเราทำ 4 ขั้นตอนข้างต้นอย่างมีระเบียบวินัยและสม่ำเสมอ ผู้เขียนเองยังไม่เห็นเลยว่าจุดที่จะทำให้เว็บไม่มีอันดับคือตรงข้อไหน ลองมองย้อนกลับไปที่เว็บ Search Engine เขาต้องการเว็บคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานพึงพอใจในผลการค้นหาที่ได้ ถ้าเราทำเว็บคุณภาพและเป็นประโยชน์ เมื่อเวลาผ่านไป มีหรือจะไม่ติดอันดับ รู้แบบนี้ก็รีบลงมือทำกันได้แล้ว